ReadyPlanet.com
dot dot
bulletการสมัครสมาชิก
dot
สมัครเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
จำนวนสมาชิก
dot
dot
003486210
dot
bulletประวัติอาจารย์เขียว
bulletที่อยู่สำนักงาน
dot
ดวงสมาชิกดูได้
dot
bulletเดือนนี้แก้ไขดวง
dot
รับข่าวสารเรื่องแก้ไขดวง

dot
bulletใครถามเราตอบ
bulletแก้ดาวเสวยดาวแทรก
bulletแก้ดาวจร ต่าง ๆ
dot
สักยันต์
dot
bulletค่าครูในการสักยันต์
bulletหลักการสักยันต์
bulletหลักพิจารณาการสักยันต์ว่าอาจารย์ไหนสักยันต์ดี
bulletเมื่อสักยันต์แล้วต้องถืออะไรบ้าง
bulletรวมภาพศิษย์สักยันต์ดูดวง
bulletรวมภาพสักยันต์ 1
dot
รวมภาพสักยันต์ 2 สมาชิกดูได้
dot
bulletรวมภาพสักยันต์ 2
dot
ภาพสักยันต์ของขึ้น สมาชิกดูได้
dot
bulletภาพสักยันต์ของขึ้น
dot
หมู่บ้านคาถาอาคม
dot
bulletคาถาเสริมดวงชะตา
bulletคาถาเมตตา
dot
คาถาอาคมสำหรับสมาชิก
dot
bulletรวมรูป


<a href="http://www.deedeejang.com"
inmetic ผิวสวย หน้าใส ไร้ริ้วรอย
เช็คดวง
โฆษณาออนไลน์,โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,
online advertising,online,advertising,โปรโมทสินค้า,
โปรโมทเว็บไซต์,promote website,seo,pay per click,ad per click,
media,ค้นหาเว็บ,media,สื่อ


สักยันต์

ค่าครูในการสักยันต์ไม่ว่าหมึกหรือน้ำมัน ค่าครูในการสักตั้งแต่ 199 ถึง 499 บาท เท่านั้น       

     สักยันต์  สักยันต์เมตตา สักยันต์มหาเสน่ห์ สักยันต์เสริมดวง สักยันต์เพิ่มบารมี สักยันต์แคล้วคลาด  สักยันต์หนุมาน  สักยันต์คงกระพัน สักยันต์มหาอุด  สักยันต์สาริกา  สักยันต์นกยูงทอง สักยันต์ไก่ป่า  สักยันต์ภาพอักขระ  ยันต์ต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มมาจากอะไร 

                       สักยันต์ สักยันต์มีความเป็นมาอย่างไร  สักยันต์ ดีอย่างไร สักยันต์ คงกระพัน สักยันต์แคล้วคลาด สักยันต์มหาเสน่ห์ สักยันต์หนุนดวง สักยันต์ให้สาวหลง สักยันต์การเงิน
                         คำว่าสักยันต์  หลายต่อหลายคนอยากรู้ความจริงการสักยันต์คืออะไร การสักยันต์มีมาแต่เมื่อไร และวิธีการสักยันต์แบบไหนถูกต้อง อาจารย์สักยันต์คนไหนเก่งหรือไม่ มีวิธีการพิจารณาอย่างไร
เพราะถ้าการสักยันต์ผิด ๆ ไป เสียไปตลอดชีวิต การแก้ไขเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก
                         การสักยันต์ มีมาแต่ในสมัยโบราณ์กาลแล้ว  สมัยก่อนมีการสักยันต์สองประเภท คือ สักยันต์สำหรับพวกเล่นวิชา สักยันต์อีกแบบหนึ่งเรียกว่านักโทษ หรือ ทาส ในที่นี้จะกล่าวถึงการสักยันต์ที่เรียกว่านักโทษก่อน
                          สักยันต์ ที่เรียกว่านักโทษ หรือ ทาส นั้นในสมัยก่อนไม่มีกระดาษหรืออะไรที่แสดงว่าบุคคลที่ต้องอาญาหรือเป็นทาส แสดงได้ เขาจึงใช้การสักที่หน้าผาก โดยมีสัญญาลักษณ์ แต่ละแบบไม่เหมือนกัน เพื่อป้องกันการหลบหนี และทานคนนั้นขึ้นกับเจ้าขุนมูลนายท่านใด มองที่หน้าก็จะรู้ทันที

                        . สักยันต์ แบบผู้เล่นวิชา มีมาแต่สมัยโบราณ์ผู้ที่สักหรือผู้ที่เล่นวิชาจะถือวิชาอย่างเคร่งครัดไม่ยอมผิดครูใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะกลัวว่าวิชาจะไม่กล้าแกร่งอย่างเต็มที่
                         สักยันต์นั้น มีมาแต่ในสมัยก่อนยุคกรุงสุโขทัย แต่เท่าที่เห็นได้ชัดมาปรากฏในยุคของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเป็นช่วงของการเสียเมือง บรรดาททหาร ประชาชน ต่างต้องหาของดีไว้ป้องกันตัว แม้แต่พระองค์ท่านซึ่งไม่มีประวัติในการสักก็จริง แต่มีในส่วนของสมเด็จพระสังฆราชคือ สมเด็จพระวันรัตน์  วัดป่าแก้วเป็นผู้ที่ดูฤกษ์ชัย ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ในยุคนั้น ไม่ว่า การบรรจุดวงพิชัยสงคราม การดูฤกษ์ออกรบ การปล้นค่าย รวมทั้งการทำพิธีอันศักสิทธิทั้งหลายเพื่อให้ได้ชัยชนะอีกทั้งการทำดวงพิชัยสงคราม ในการหนุนดวงที่มีมาจนถึงปัจจุบันนี้
                           สักยันต์ จะมาปรากฏให้เห็นเด่นชันในยุคปลายเสียกรุงศรีอยุธยา คือยุคบางระจัน ที่ชาวบ้านบางระจันป้องกันหมู่บ้านของตนเอง โดยมีพระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นฝ่ายสงฆ์ ท่านเป็นพระผู้ให้และเสียสละ ทุกครั้งที่มีการต่อสู้กับพม่าท่านจะให้ศิลให้พร รวมทั้งการแจก ผ้ายันต์ ตระกรุด พิสมร ให้กับชาวบ้านไม่ว่าระดับเล็กหรือระดับใหญ่ และชาวบ้านส่วนมากก็มีการสักยันต์  การลงน้ำมันทาตัว เพื่อให้เหนียวและอยู่ยงคงกระพัน จนเป็นที่แปลกใจของบรรดาแม่ทัพพม่า ว่าชาวบ้านเพียงเล็กน้อย สามารถจะสู้กับกองทัพใหญ่ของพม่าได้ 
                           สักยันต์ ยุคของกรุงรัตน์โกสิน ปรากฏในสมัยของเชื้อพระวงค์คือ กรมหลวงชุมพร หรือ ที่เรียกว่าเสด็จเตี่ย  กรมหลวงชุมพร ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านเรียนวิชา โหรศาสตร์ วิชาพระเวทย์ วิชาหมอยา เรียกได้ว่าเป็นผู้แกร่งกล้าอาคมเลยทีเดียว สามารถที่จะใช้วิชา เป่า เสก มนตร์ต่าง ๆได้สมความประสงค์ เช่นเสกใบไม้เป็นต่อ เสกคนเป็นจระเข้ อีกทั้งการแก้ไขดวงชะตาตามพิธีกรรมเก่าแก่
                          มาในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าการปกครอง ทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้วิชาการสักยันต์ได้หายสาบศูนย์ไปเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ เช่น หลวงพ่อเปิดวัดบางพระ หลวงพ่อแล วักทรงบน หลวงพ่อไสววัดปรีดาราม หลวงพ่อประเทีอง จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั่งอาจารย์ฆารวาส คือ อาจารย์ฟ้องดีสว่าง  อาจารย์ทอง อาจารย์หลุน ขุนพันธ์  อาจารย์เฮงไพนวัน อาจารย์ฮะ ซึ่งท่านเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นระดับผู้มีวิชา ถือย่างเคร่งครัด ไม่ว่าสิ่งใด
                          การสักยันต์ ในที่นี้จะขอกล่าวประเภทของการสักยันต์มีสองประเภท
                         1. สักยันต์แบบน้ำมัน
                          2. สักยันต์แบบหมึก

                     1.    สักยันต์ แบบ น้ำมัน เป็นการสักยันต์ที่ไม่ปรากฏภาพให้เห็น วัตถุที่ประกอบในการสักน้ำมันมี

                                   1.1 .น้ำมันสัก อาจารย์ส่วนใหญ่ท่านจะใช้น้ำมันงา เพราะเข้าร่างกายไม่เป็นอะไร

                                   1.2 ว่านที่ใช้ผสมกับน้ำมันงา อยู่แต่ละประเภทของยันต์ หรือภาพยันต์ แต่การนำว่านที่มาผสมสักนั้นมิใช่ว่าจะซื้อมาก็ทำได้เลย ต้องมีพิธีกรรม โดยเมื่อได้หัวว่านมาแล้ว มีการหาฤกษ์ยามในการปลูก ถ้าคงกระพันใช้วันที่แข็ง ถ้าว่านทางเมตตาใช้วันอ่อน  ระหว่างที่ปลูกต้องมีมนตร์คาถาปลูก และการรดน้ำว่านก็มีคาถากำกับเสมอ และในตอนสุดท้ายการขุดต้องหาวันขุดว่านด้วย ถึงจะได้สำฤทธิ์ผลของว่าน มิใช่ซื้อว่านมาก็ผสมได้ทันที แบบในยุคปัจจุบันนี้ที่อาจารย์หลายท่านได้ทำกัน               

                                   การสักน้ำมันแบ่งเป็นสองประเภท

                                 ก. สักทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด หนังเหนียว การสักยันต์ หรือภาพประเภทนี้ มี ยันต์มหาอุด ยันต์หนุมาน ยันต์ตะกร้อ ยันต์ปัดทมึน ยันต์เสือ ยันต์ลิงลม ยันต์พญาลิง        แต่ละยันต์เหล่านี้ก็ใช้ว่านทางคงกระพันทั้งสิ้น ว่านที่นำมาส่วนใหญ่คือว่านสบู่เลือด ว่านผู้เฒ่าหนังแห้ง  ว่านลิงดำ ว่านตะบะฤาษี  ฯลฯ ข้อเสียของการใช้ว่านเหล่านี้คือ ถ้าปลูกไม่ตรงวัน หรือ การปลุกไม่ถูกต้อง อีกทั้งบางอาจารย์ซึ้อมาแล้วผสมทันที ก็อยู่ได้เพียงชั่วเบาเท่านั้น  อีกทั้งมีข้อถืออยู่ด้วยเพราะจะเป็นการล้างว่านไปในตัวคือ ห้ามกินฟัก กินบวก กินแฟง ห้ามรอดกระไดหัวเดียว ห้ามลอดของต่ำ  ก็เหมือนกับการกินยาจีนละครับ          

                                        และข้อเสียของทางด้านคงกระพันอีกอย่างคือใจร้อน ทำอะไรไม่ค่อยคิด ใครพูดผิดหูก็จะมีอารมณ์ร้อนทันที เป็นเหตุให้เสียงานเสียการเป็นอย่างมาก บางรายถึงขึ้นติดคุกไปก็มีมากแล้ว

                               ข. สักทางด้านเมตตา ส่วนใหญ่จะเน้นทางด้านค้าขาย เน้นเรื่องชายหญิง ให้เกิดความรัก เน้นเสห่น์ ยันต์ส่วนมากที่ลงคือ ยันต์สาริกา ยันต์หงษ์ทอง ยันต์ไก่ฟ้า ยันต์ไก่ป่าหากิน ยันต์จิ้งจก ฯลฯ ว่านทีใช้ประกอบ คือว่านสาวหลง ว่านจังงัง ว่านเสห่น์จันทร์ ว่านดอกทอง ว่านเพรชหึง ฯลฯ ว่านทางเมตตา จะไม่มีการถือมาก เพราะว่านส่วนใหญ่ไม่เน้นคงกระพันหรือเนียว

                                        ข้อเสียทางด้านเมตตานั้นคงหายากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากการสักน้ำมันก็ไม่ใครเห็น อีกอย่างความใจร้อนก็ไม่เกิดเพราะเป็นเมตตา

                        2. การสักยันต์แบบหมึก  การสักสันต์แบบหมึกนี้ จะปรากฏเป็นภาพสีขึ้นมา โดยปกติการใช้หมึกนั้นส่วนใหญ่จะหมึกจีนเป็นหลักแต่ปัจจุบันนี้ ได้มีหมึกเข้ามาในประเทศอย่างมาก บางอาจารย์ก็ใช้หมึกของต่างประเทศเพื่อให้ดูสวยงาม บางอาจารย์ใช้หมึกสีแดง สีเขียวเข้ามาประกอบด้วย เพื่อพัฒนาลวดรายของสำนักตนเอง แต่ที่ตามโบราณ์ยึดถือกันมาเก่าแก่ คือหมึกจีนมากกว่า ( ยังมีต่อ )

 

ใครสนใจลายภาพสักยันต์เข้าไปดูที่รูปสักยันต์

                        

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.